หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

 

     เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดในโบสถ์ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)



วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทัศนศึกษา


“ไปดูเพื่อการศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่ดูนั้น”
มาส่งแก้วตาดวงใจ กันแต่เช้า

 เด็กๆบอกว่ามาเที่ยวกันสนุกมาก...แต่จริงๆแล้ว..หารู้ไม่ว่า..เป็นการเรียนรู้แบบตรงๆ..อิอิ..โดนครูหลอก

ภาพความน่ารักของสัตว์โลก

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปาเจราจริยา โหติ คณุตะรานุสาสกา

บทสวดไหว้ครู
ปาเจราจริยา โหนติ คณุตะรานุสาสกา
ข้อขอประณตน้อมสักการ
บูรพคณาจารย์
ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งผู้ประสาทวิชา
อบรมจริยา
แก่ข้า ฯ ในการปัจจุบัน
ข้าขอเคารพอภิวันท์
ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา
อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ
อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี
ประโยชน์ทวี
แก่ข้า ฯ และประเทศไทยเทอญ
ปัญญาวุฒิ กะเรเตเต ทินโนวาเท นะมามิหัง








งานของครูนั้นไม่มีวันหมดสิ้น  เช้า......เสร็จจากพิธีไหว้ครูแล้ว เย็น.....ก็วางแผนทำงาน เพื่อต้อนรับการประเมินที่จะมาถึงในไม่ช้านี้






ขอให้คุณครูทั่วประเทศ มีแต่ความสุขสมหวัง และมีพลังในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทยเทอญ....

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เครื่องดนตรีในตำนาน 2


ซอทวนมุก ซอทวนงาและซอทวนหงส์ เป็นฉายาซอสามสาย 3 คัน ประจำพระองค์ของเจ้าฟ้ามหามาลากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ต้นสกุล มาลากุล พระราชโอรสในล้นเกล้ารัชกาลที่ 2

ซอทวนนาค เป็นซอสามสายคู่พระทัยของทูลกระหม่อมบริพัตรเจ้าของวังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นวังที่มีชื่อเสียงทางดนตรีอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 บทเพลงต่างๆของพระองค์ล้วนกำเนิดมาจาก ซอทวนนาคเป็นส่วนใหญ่

ซอทวนนาค บ้านพาทยโกศล


ปี่ท่านพระเป็นปี่ประจำตัวของพระประดิษฐ์ ไพเราะ ครูมีแขก เจ้าแห่งเสียงปี่ และเพลงทยอย ท่านกวีสุนทรภู่ ครูกลอนได้กล่าวถึงในบทไหว้ครูเสภาตอนหนึ่งว่า

‘ ครูมีแขกคนนี้เขาดีครัน เป่าทยอยลอยลั่นบรรเลงลือ ’
( อาจารย์ เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล
เป็นผู้สืบทอดมรดกปี่ท่านพระ ซึ่งเป็นปี่ประจำตัวของครูมีแขก พระประดิษฐ์ไพเราะ )

จากหนังสือ "สาส์นสมเด็จ" เล่ม ๒  หน้า๑๒๑-๑๒๒  ซึ่งเป็นข้อความที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์   ทรงสืบประทานแ ด่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า  
         "ครูมีแขก (ครูปี่พาทย์หมายเลขน้ำเ งินที่ ๕)  คือว่าเป็นเชื้อแขก  ชื่อ มี  เล่นเครื่องดุริยแลดนตรีได้ เกือบทุกอย่าง เป็นคนฉลาด        สามารถแต่งเพลงได้ดี      มีชื่อร่ำลื อ       เพลงของท่านนั้นมี "ทยอยใน"  "ทยอยนอก"  สามชั้นเป็นต้น ซึ่งจำมาเล่นกันอยู่ทุกวันนี้ทั่วทุกวง ถ้าใครทำเพลงนี้ไม่ได้ดูประหนึ่งจะ ถือกันว่าไม่เป็น
อย่างไรก็ตามสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพ ระยานริศรานุวัดติวงศ์ก็ไม่ทรงเคยเห็นครูมี แขกเพียงแต่ทรงได้ยินชื่อ เท่านั้นเอง ดังข้อความใน "สาส์นสมเด็จ"เล่ม ๒๓ หน้า ๑๓๘ พระองค์ท่านทรงไว้ว่า
ครูมีแขกนั้นเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นตัว" จาก "สาส์นสมเด็จ" เล่มที่ ๒๓ หน้า ๑๕๖
สมเด็จกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพกราบทูลสนองแด่สมเด็จกรมพ ระยานริศรานุวัดติวงศ์ว่า
  "ครูมีแขกนั้น หม่อมฉันรู้จัก   แต่เมื่อหม่อมฉันไว้จุกไปเรียนภาษาอังกฤษที่สมเด็จพระราชปิตุลา ประ ทับ     ณ    หอนิเทพพิทยาเห็นแกเดินผ่านไปหัดมโหรีของทูลกระหม่อมปราสา ท    ที่มุขกระสัน พระมหาปราสาททุกวัน       เวลานั้นแกก็แก่มากอายุกว่า ๗๐ ปีแล้ว         มีบ่าวแบกซอสามสายตามหลังเสมอ วันหนึ่งกรมประจักษ์ตรัสเรียกให้แกแวะที่หน้าหอ แล้วยืมซอสามสายของแกมาสี แกฉุออกปากว่า "ถ้าทรงสีอย่างนั้นไฟก็ลุก" จำได้เท่านั้น
  เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๔ ค รูมีแขกได้เป็นครูปี่พาทย์ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น หลวงประดิษฐไพเราะ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๙๖
วันนี้แค่นี้ก่อนนะเด็กๆ l
 
 

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อบรมดับเพลิง

 วันนี้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน ในการดับไฟ ภาคปฏิบัติ
 เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมา
ขอชมเชยเด็กนักเรียน ร.ร วัดบางประทุน ที่มีความกล้า ในสิ่งที่ถูกต้อง

ขอขอบคุณ หน่วยดับเพลิง ศูนย์ดาวคะนอง ที่มาให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน วัดบางประทุนนอก











แต่ภาพนี้เหมือนกำลังทอดหอยทอดยังงัยไม่รู้.....อิอิ