วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566
วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561
การศึกษา
การศึกษา
- ประถมศึกษา โรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย
- มัธยมศึกษา โรงเรียนเบญจมราชาลัย
โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์
โรงเรียนสตรีวัดระฆัง
- ปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต
วิทยาลัยครูสวนสุนันทา
(มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา)
การศึกษาวิชาสามัญตั้งแต่ระดับประถมจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นไปตามปรกติวิสัยกุลสตรีไทยทั่วไป ต่อภายหลังบิดาถึงแก่กรรมมีภาระทางครอบครัวและใช้เวลาไปกับการหาความรู้เร่งต่อเพลงขับร้องกับครูผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ในบ้านบางลำพู
ครูผู้รู้นอกบ้านทุกสำนักไม่ว่าจะอาวุโสหรืออยู่ในวัยไล่เรียงกันนำมาให้มารดาช่วยขัดเกลา
ควบคู่กันไปกับการใช้เวลามุมานะฝึกฝนปรับปรุงทางร้องอยู่ทุกคืนวัน มุ่งหวังเอาดีให้ได้และต้องเก่งกาจมากพอทำทางร้องเฉพาะตนขึ้นใช้ได้เองในที่สุด เป็นเหตุให้การเรียนวิชาสามัญไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควรจะเป็นนัก
อย่างไรก็ตาม
เมื่ออุปสรรคหลายประการคลี่คลายไปพอสมควรแล้ว
อุปนิสัยชอบไขว่คว้าหาความรู้และมีใจสู้ก็ค่อยผลักดันให้หันกลับมามองความสำคัญของการศึกษาวิชาสามัญ
สมัครเข้าเรียนต่อตามลำดับชั้นจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีได้แม้มีอายุถึง
๔๗ ปี แต่ก็มีความภาคภูมิใจยิ่ง
สาระน่ารู้ทางการศึกษาเล่าเรียนของครูดวงเนตรเป็นแบบอย่างอันดีงามถึงความพยายามและมีใจตั้งมั่นต่อสู้ให้ได้สิ่งปรารถนาซึ่งมาพร้อมอุปสรรคที่วัดใจให้ต้องฟันฝ่าจนกว่าจะเดินผ่านไปสู่ความสำเร็จได้
ข้อความดังต่อไปนี้เป็นเรื่องราวอัตชีวประวัติจากปากคำของครูดวงเนตรเอง
เป็นส่วนใหญ่ และคำบอกเล่าของบุพการี ญาติพี่น้อง
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ จะดำเนินไปพร้อมๆ กัน ระหว่างการศึกษาวิชาสามัญกับการเรียนขับร้องบรรเลงดนตรีที่ต้องต่อสู้ควบคู่กันไป
ปี ๒๔๙๑ ครูดวงเนตรเริ่มเรียนเตรียมประถม ปี ๒๔๙๒ เรียนต่อประถมศึกษาที่ *โรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย เช่นเดียวกับลูกๆ
ครูเหนี่ยวทั้ง ๖ คน โดยตามหลังพี่สาวและพี่ชายเข้าไปเป็นคนที่ ๓
เนื่องจากบิดาคุ้นเคยกับท่านเจ้าของโรงเรียนและมีที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านพักอาศัยไม่กี่ร้อยเมตร
(เลขที่
๑๐ ถนนพระอาทิตย์ ปัจจุบันเป็นเกสเฮ้าส์ เยื้องที่ทำการยูนิเซฟ ใกล้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า)
--------------------
*ชื่อโรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัยใช้พระนามพระราชวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์ราชกุมาร พระโอรสองค์ที่ ๑๕
ในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
มีหม่อมเจ้าหญิงสุนทรธิดา วรวุฒิ พระธิดาองค์ที่ ๘ ในพระองค์เจ้าวรวุฒิฯ
เป็นผู้บริหาร, ปี ๒๕๐๒ ท่านผู้หญิงยศวดี
อัมพรไพศาล ภริยา หลวงอัมพรไพศาล ซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนอัมพรไพศาล
มีพัฒนาเรื่อยมาและมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นจนต้องขยายกิจการและย้ายไปเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ที่ถนนติวานนท์ในปี
๒๕๑๕ (โรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย ปัจจุบันใชทำธุรกิจท่องเที่ยว
ไม่เหลือร่องรอยเดิมให้เห็น)
ขณะเรียนชั้นประถมได้เรียนขับร้องครั้งแรกเป็นเพลงบังคับในประมวลการสอนกับครูชม
รุ่งเรือง น้าสาวซึ่งเป็นครูสอนร้องที่โรงเรียนวรวุฒิวิทยาลัย ระหว่างปี
๒๔๙๓-๒๔๙๖ ช่วงเวลาเดียวกัน
“..ตอนอยู่ประถมไม่สนใจจำเพลงที่เรียนเลย
เหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่เอาแค่สอบได้ ..ก็ติดหูอยู่มั่ง โตในบ้านปี่พาทย์นี่นะ..”
หลังจบประถม ๔
เข้าเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ ๑ ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย เสาชิงช้า สมัยอาจารย์ผจงวาด
วายวานนท์ เป็นผู้อำนวยการ ตามหลังครูสุรางค์พี่สาวเข้าไป
๒ ปี ก็ยังคงเรียนขับร้องผ่านๆ อย่างเคย
ไม่ได้ถูกเคี่ยวเข็ญเอาเด่นดังทางแข่งขันเช่นพี่สาวซึ่งกำลังกวาดรางวัลชนะเลิศประกวดขับร้องเพลงไทยระดับมัธยมติดต่อกันเป็นว่าเล่นหลายงานแล้ว
ทั้งพ่อแม่ก็มิได้ส่งเสริมหรือห้ามปรามแต่อย่างใด
ทำให้มีอิสระที่จะสนุกสนานไปกับการเรียนรู้โลกรอบตัวประสาวัยรุ่นทั่วไปที่มักจะเลือกสนใจตามกระแสนิยมฝรั่งตะวันตกที่ฟังผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงหรือดูภาพยนตร์ที่นำเข้ามาฉายในประเทศไทยสมัยนั้นเท่านั้น
ช่วงชีวิตเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นนี้แทนที่เสียงขับร้องบรรเลงเพลงไทยที่ดังกรอกหูอยู่ทุกคืนวันจะจูงใจให้หัดร้องเหมือนญาติพี่น้องคนอื่นๆ
แต่กลับใช้ชีวิตวัยใสผ่อนคลายกับเม้าธ์ออร์แกนตัวโปรด
ร้องเพลงฝรั่งที่กำลังฟุ้งเฟื่องเมืองไทยในยุคฟิฟตี้อย่าง sad movie ของ Sue Thompson หรือ que sera sera ของ Doris Day ถึงขนาดหาญกล้าสวมกระโปรงสุ่มไก่ขึ้นเวทีร้องเพลงดังให้วงดนตรี
ยุวศิลป์ ยุคมีนายบุญเกิด ทองประยูร เป็นหัวหน้าวง ตามคำชักชวนของพี่สาวที่ขึ้นร้องเพลงรวงทองของคณะสุนทราภรณ์ยอดนิยมอยู่ด้วย
จนกระทั่ง Elvis Presley แสดงหนังเรื่องแรกร้องเพลง love
me tender ต่อด้วยหนังเพลงร็อกแอนด์โรลออกมาเขย่าวงการเพลงทั่วโลกถึงได้บดบังนักร้องสตรีจืดหูจางตาไป
ไม่เพียงเท่านั้น
ยังชอบที่จะขี่จักรยานขึ้นสะพานพุทธยอดฟ้าข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอ้อมไปย่านพรานนก
สมัครเข้าเรียนร่ายรำศัสตราวุธฝึกตีกระบี่กระบองชนิดเอาดีให้ได้ที่ บ้านช่างหล่อ
ร่วมค่ายกับพี่อี๊ด(ชนะ ดุริยพันธุ์) ขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนทวีธาภิเศก(วัดนาคกลาง) มีฝีไม้ลายมือพอออกแสดงร่วมกันหลายงาน
วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
พี่น้อง ของแม่น้อยดวงเนตร
ชีวิตบางช่วงตอน
ถึงแม้ครูดวงเนตรเริ่มฝึกหัดขับร้องเพลงไทยจริงจังเอาเมื่ออายุล่วงเข้า
๑๖ ปี แล้ว ซึ่งดูเหมือนจะออกตัวช้าไปไม่น้อยหากเปรียบกับพี่น้องเครือญาติในบ้านบางลำพูที่เริ่มต้นกันตั้งแต่
๘-๙ ขวบ เหตุด้วยบิดามารดาไม่สนับสนุนหรือสอนร้องให้กับลูกๆ เพื่อยึดถือเอาการขับร้องเพลงไทยเป็นอาชีพเพราะเกรงจะเหนื่อยยากเช่นท่านอย่างหนึ่ง* และครูดวงเนตรนั้นหากรักชอบสิ่งใดแล้วจะมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นให้ดีได้เสมอไปด้วยมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงมากอีกอย่างหนึ่ง
*(ครูเหนี่ยว เว้นให้เฉพาะเด็กหญิงสุรางค์ ดุริยพันธุ์ พี่สาวผู้แก่กว่าครูดวงเนตร
๒ ปี ที่ดื้อรั้นหัดร้องมาแต่ ๙ ขวบ
ด้วยมุ่งมั่นจะเอาชนะประกวดประขันตั้งแต่จบประถม ๔ ได้ไม่ทันไร)
ชีวิตวัยใส
การใช้ชีวิตเมื่อเยาว์วัยก่อนบิดาถึงแก่กรรมอันเป็นจุดหักเหให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมามุ่งเอาดีในอาชีพนักร้องเพลงไทยนั้นค่อนข้างจะสดใสโลดโผนไม่แพ้แคเรคเทอร์นางเอกประเปรียวในนวนิยายหรือภาพยนตร์ไทยสมัยนั้น
นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์
เกิดวันศุกร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๘ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๔๘๒ ที่ “บ้านบางลำพู” เลขที่ ๘๓ ถนนลำพู(สามเสน๑)
แขวงสามพระยา เขตพระนคร ที่ตั้งมูลนิธิดุริยประณีตปัจจุบัน (เดิมเป็นเรือนหมู่ ๓
หลัง ชั้นเดียว ยกพื้นสูงพ้นน้ำในคลองหน้าบ้าน)
ปีที่เกิดค่อนข้างจำง่ายเพราะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายประการ
เช่น
-
เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ เยอรมันบุกโปแลนด์
-
ญี่ปุ่นใช้นโยบายชาตินิยมก่อสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นที่จีนและเกาหลี
-
รัฐบาลออกประกาศรัฐนิยม ๑๒ ฉบับ
เข้าสู่ยุคมืดการสังคีตไทย
-
รัฐสภามีมติเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็น “ประเทศไทย” Thailand
ครูดวงเนตรเป็นบุตรี นายเหนี่ยว-นางแช่มช้อย ดุริยพันธุ์(ดุริยประณีต)
ขณะรับราชการกองดุริยางคศิลป์ และเป็นครูสอนในโรงเรียนศิลปากร
แผนกนาฏดุริยางค์ มีพี่น้องรวม ๖ คน คือ
๑. นางสาวสุรางค์ ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช ๒๔๘๐
๒. นายชนะ ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช ๒๔๘๑ (ถึงแก่กรรม)
๓. นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช
๒๔๘๒ (ถึงแก่กรรม)
๔.
นายนฤพนธ์ ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช ๒๔๘๓
๕.
ร้อยตรีอนันต์ ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช
๒๔๘๔
๖. นายพจนา ดุริยพันธุ์ เกิดพุทธศักราช ๒๔๘๙

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
หนังสืองานแม่น้อย 2
ปี
๒๕๕๐-๒๕๕๔ ราชบัณฑิตยสถาน แต่งตั้งเป็นบรรณาธิการในคณะบรรณาธิการจัดทำสารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย(ภาคโน้ตเพลงไทย)
ทำหน้าที่รวบรวมโน้ตเพลงไทยพร้อมทั้งปรับปรุงคำอธิบายประวัติและบทร้องให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น
และมีดำริจะพิจารณาทางร้องเพลงหุ่นกระบอกซึ่งครูดวงเนตรได้ไว้ทั้ง ๒ ทาง
คือทางเพลงของ ครูลม่อม อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งคงแบบแผนทางร้องดั้งเดิมเน้นความไพเราะเพลิดเพลิน
กับทางของครูชื้น(ชูศรี สกุลแก้ว)ผู้สืบทอดการละเล่นหุ่นกระบอก คณะนายเปียก
ประเสริฐกุล ผู้บิดา ที่ผสมผสานทางร้องเพลงหุ่นกับการเชิดหุ่นกระบอกร่วมลีลาเดียวกันให้เกิดความสนุกสนานต้องใจผู้ชม ซึ่งทั้ง ๒ ทางร้องดังกล่าวล้วนมีที่มาจาก แม่ครูเคลือบ
ผู้เป็นต้นแบบหุ่นกระบอกเมืองกรุงสมัยรัชกาลที่ ๕ นาม
คณะหุ่นกระบอกหม่อมราชวงศ์เถาะ พยัคฆเสนา อันเลื่องชื่อในทางแบบแผนความงดงาม
ครูดวงเนตร
ดุริยพันธุ์ มีชื่อเล่นว่า น้อย ทำให้หลายๆ
คนสนิทปากเรียกขานสมญาชื่อเล่นต่างกันไปสุดแต่ความเคารพรักหรือความรู้สึกในสัมพันธภาพที่มีต่อกันว่า
ครูดวงเนตร ครูน้อย แม่ครูน้อย ครูย่าน้อย ยายน้อย ส่วนบรรดาญาติสนิทศิษย์ใกล้ชิดแล้วจะติดปากเรียก
แม่น้อย กันเกือบทั้งสิ้น
ต่อนี้ไปจึงจะขอเรียก ครูดวงเนตร บ้าง แม่น้อย บ้าง ตามแต่เรื่องราวที่เล่าเป็นทางการ
หรือค่อนข้างจะส่วนตัวสำหรับการนำเสนอเบื้องหลังชีวิตต้องสู้ของนักร้องเพลงไทยคนหนึ่งซึ่งฟันฝ่าขวากหนามหาที่ยืนในวังวนวงการสังคีตไทยให้มั่นคงอยู่ได้สมภาคภูมิ
ครูดวงเนตรเป็นคนขยันในวิชาชีพชนิดหาคนเปรียบยาก
อยากเรียนรู้สิ่งใดจะเดินหน้าเสาะหาไขว่คว้าจนกว่าได้รู้มาไม่ว่าจะยากแค้นแสนเข็ญเพียงใด
รู้แล้วก็ยังไม่ยอมหยุดนิ่ง ค้นคว้าหาใหม่สะสมเรื่อยไป
ไม่ว่าสิ่งที่ได้มาจะด้อยหรือดีกว่าเดิม เก็บอัดแน่นไว้กับหน่วยความจำในสมองพร้อมเรียกออกมาใช้ได้แม่นยำทันทีทันใดเสมอ
จึงไม่แปลกอะไรที่ครูดวงเนตรจะได้รับฉายาต่างๆ
นานาเช่น ขุมคลังเพลงเก่า เจ้าแม่เพลงละคร ครูน้อยพันเถา พุ่มพวงน้อย หุ่นกระบอกแม่น้อย
ประมาณนี้
วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561
หนังสืองานแม่น้อย ดวงเนตร เขียนโดย น้าตั๋ง พจนา ดุริยพันธ์ 1
แม่น้อย
ดวงเนตร ดุริยพันธุ์
ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์
นักร้องเพลงไทยผู้ได้ชื่อว่ามีกระแสเสียงกังวานสดใสและมีลีลาทางร้องไพเราะชวนฟังเป็นเอกลักษณ์ เป็นครูผู้รู้ผู้ได้เพลงขับร้องไว้มากมายทุกชนิดประเภท
ทั้งเพลงเก่าโบราณ และเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ กับเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ทักษะสร้างสรรค์งานขับร้องเพลงไทยได้ทุกเงื่อนไขความมุ่งหมาย
และได้เผยแพร่ผลงานเพลงร้องฝากไว้ในแผ่นดินยิ่งกว่าผู้ใดตลอดช่วงชีวิต ๖๐ ปี
ที่เป็นนักร้องอาชีพ
ครูดวงเนตรขับร้องไว้ทั้งเพลงตับ เพลงเกร็ด ๒
ชั้น ๓ ชั้น เพลงเถา ชนิดฟังความไพเราะเพลิดเพลินกับวงเครื่องสายผสม วงมโหรี วงปี่พาทย์
ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมยอมรับและขอให้ร่วมงานขับร้องนับสิบคณะ กับขับร้องเพลงเสภาประชันให้วงบ้านบางลำพูต่อเนื่องมาจนได้โอนย้ายเข้ารับราชการเป็นนักร้องประจำแผนกดุริยางค์ไทย
กองการสังคีต กรมศิลปากร ออกแสดงผลงานขับร้องเพลงโขน ละคร หุ่นกระบอกให้ต้นสังกัดและองค์กรการศึกษาตลอดมา
กระทั่งเกษียณอายุในตำแหน่งคีตศิลปิน ระดับ ๗ ต่อเนื่องด้วยผู้เชี่ยวชาญดุริยางคศิลป์อีกกว่าสิบปี
ครูดวงเนตรมีภูมิความรู้และทักษะขับร้องเพลงไทยในระดับสูงที่หาผู้เทียบเคียงได้น้อยคน
มีความเชี่ยวชาญปรับสำเนียงทางร้องให้เข้ากับลักษณะการแสดงได้ทุกชนิด ทั้งจดจำเพลงไทยทุกประเภทไว้ได้มากมายแม่นยำน่าอัศจรรย์ อันเปรียบได้กับคลังสมองบันทึกเพลงขับร้องเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมไว้ตลอดอายุขัย ทั้งเพลงเกร็ด ๒ ชั้น ๓ ชั้น เพลงเถา ทุกทางทุกสำนักครู
ตับเรื่อง ตับเพลง เพลงโขนละคร เพลงละครร้อง หุ่นกระบอก
ล่วงเลยไปถึงเพลงมอญเพลงเสภาที่ทำกันขึ้นมาใหม่สำหรับใช้ประชันวงยังหาได้พ้นพยายามเก็บเกี่ยวหามาไว้กับตนไม่
ภูมิความรู้และทักษะขับร้องเพลงไทยของครูดวงเนตรเป็นที่รู้กันดีทั้งในวงการและกว้างขวางสู่ภายนอก
ทำให้ได้รับเชื้อเชิญเข้าร่วมกิจกรรมในทางอนุรักษ์และเผยแพร่งานคีตศิลป์ไทยให้กับองค์กรเอกชนและส่วนราชการตลอดมาโดยมิเคยคำนึงถึงผลตอบแทนอย่างใด
ครูดวงเนตรได้สร้างผลงานบั้นปลายชีวิตขณะยังดำรงฐานะผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย
กรมศิลปากร ไว้มากหลาย เช่น รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนทักษะขับร้องเพลงไทยให้กับสถาบันการศึกษาทุกระดับ
ร่วมงานกับครูชื้น(ชูศรี
สกุลแก้ว) ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็นครูสอนเชิดหุ่นกระบอกออกงานแสดงด้วยกันบ่อยครั้ง เป็นวิทยากรสาธิตการขับร้องร่วมการแสดงหุ่นกระบอกด้วยตนเองหรือร่วมมือกับองค์กรเอกชนและศิษย์ครูชื้นออกเผยแพร่ทั่วประเทศ
ทั้งได้ทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่สถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมการดนตรีไทย
และรับเชิญให้ขับร้องในงานแสดงมุทิตาจิตครูดุริยางค์ไทยอาวุโสหรือศิลปินแห่งชาติมากมายหลายท่าน
เป็นต้น
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560
วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ประวัติขุนอิน โตสง่า
ชื่อเดิม ณรงค์ฤทธิ์
โตสง่า ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อ เป็น ขุนอิน
ณรงค์ โตสง่า
เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2506 พี่น้อง 3 คน เป็นบุตรชายของครูระนาดชื่อดังเจ้าของฉายา
"ระนาดน้ำค้าง"ครูสุพจน์ โตสง่า เเละ นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญขับร้องไทย สถาบันนาฏดุริยางค์ (กรมศิลปากร)
"ระนาดน้ำค้าง"ครูสุพจน์ โตสง่า เเละ นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญขับร้องไทย สถาบันนาฏดุริยางค์ (กรมศิลปากร)
การศึกษา
ปีการศึกษา
๒๕๒๖ ได้รับทุนพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์
ปีการศึกษา
252๗ จบวิทยาลัยนาฏศิลป กรุงเทพฯ
กรมศิลปากร
การทำงาน
พ.ศ.2528 รับข้าราชการครูอยู่ที่
โรงเรียนมัธยมวัดห้วยจระเข้วิทยาคม จังหวัดนครปฐม
พ.ศ.๒๕๓๗ – ๒๕๓๘
เป็นอาจารย์พิเศษและควบคุมวงดนตรีไทยของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน
พ.ศ. 2๕45 เป็นอาจารย์พิเศษและควบคุมวงดนตรีไทยในระดับมัธยมของจังหวัดนครปฐม
พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นอาจารย์พิเศษอยู่ที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
สามพราน
พ.ศ.2548 ลาออกจากราชการครูที่
โรงเรียนมัธยมวัดห้วยจระเข้วิทยาคม จังหวัดนครปฐม
การศึกษาทางด้านดนตรีไทย
โดยเริ่มเล่นดนตรีไทยด้วยตัวเองก่อนในวัย
3 ขวบ เเละเริ่มหัดตีระนาดเอกกับบิดาอย่างจริงจังเมื่อตอนอายุ
5 ขวบ ได้เริ่มฝึกหัดเครื่องดนตรีไทยในวงปี่พาทย์ชนิดต่างๆทุกชนิด
รวมถึงได้ติดตามบิดาไปเเสดงดนตรีปี่พาทย์ตามงานต่างๆตั้งเเต่ในวัยเด็ก
หลังจากนั้นจึงได้เข้าไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลป กรุงเทพฯ กรมศิลปากร
เเละได้ศึกษาเพลงระบำเเละเพลงละครต่างๆตามหลักสูตรของวิทยาลัยนาฎศิลป์ รวมถึงได้รับการศึกษาหลักทฤษฎีของระนาดเอกจาก
อาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร และในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัยนาฏศิลป
นั้นได้เป็นนักเรียนทุนของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
อาจารย์ขุนอินหลังจากได้รับการศึกษาวิชาความรู้ต่างๆในเรื่องของวิชาปี่พาทย์จากบิดา
เช่นการศึกษาเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง เพลงเดี่ยว เพลงเสภา
เพลงมอญเเละวิธีการประพันธ์เพลง
ผลงานทางด้านดนตรีไทย
เมื่อครูสุพจน์ โตสง่า
ผู้เป็นบิดานั้นได้เสียชีวิตลง อาจารย์ขุนอิน ได้เป็นผู้สืบทอดสำนักปี่พาทย์บ้านโตสง่า
ที่สืบทอดต่อๆกันมาตั้งเเต่สมัยคุณปู่ทวด จนถึงในปัจจุบันนี้ ซึ่งตระกูลโตสง่าจะมีชื่อเสียงในการผลิตนักดนตรีไทยโดยเฉพาะนักระนาดเอกมากอย่างยาวนาน
กว่า 100
ปี
รวมถึงมีรายการโทรทัศน์ต่างๆมาถ่ายทำรายการที่สำนักปี่พาทย์แห่งนี้มากมายกว่า ๙๐กว่ารายการ
เเละในส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตนักดนตรีไทยก็คือการได้รับมอบโองการไหว้ครูปี่พาทย์จากครูพัก
โตสง่า ผู้เป็นลุง ให้ได้เป็นผู้ที่สามารถนำอ่านโองการในการประกอบพิธีไหว้ครูดนตรีไทยได้
การประพันธ์เพลงไทยเดิม
อาจารย์ขุนอินได้ประพันธ์เพลงไทยเดิมขึ้นมาอย่างมากมายอาทิ
เช่น
พ.ศ.2527
เพลงพม่าเห่ เถา
พ.ศ.2534 เพลงหกบท เถา ทางเปลี่ยนสำเนียงมอญ
พ.ศ.2537 ชนะเลิศการเเต่งเพลงใหม่ในรายการเเสงทิพย์ประลองปี่พาทย์
ชื่อเพลง "เเผ่นดินทองเถา"รวมถึงเพลงไทยสำเนียงมอญต่างๆ
เพลงเดี่ยวระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ปี่ใน มากมายนับร้อยเพลง ได้รับถ้วยพระราชทานจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพพระรัตน์ราชสุดา
พร้อมเงินรางวัล 190,000 บาท
พ.ศ.2538 ประพันธ์เพลงใกล้รุ่งเถา เพื่อใช้คอนเสริ์ตพระจอมไทยเสด็จตามภพ
ถวายสมเด็จพระพี่นาง โดยได้รับอนุญาตจาก พล.ร.อ.หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช ผู้ดูแลลิขสิทธิ์ในขณะนั้น
โดย มีบริษัทไพซิทมิวสิค ติดต่อประสานงาน
พ.ศ.2538
เพลงนกขมิ้น เถา ทางพิเศษ
ออกอากาศสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์
พ.ศ.2539 ประพันธ์เพลงแผ่นดินธรรม เถา
ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ รายการเเสงทิพย์ประลองปี่พาทย์ ครั้งที่ ๒ พร้อมเงินรางวัล
100,000 บาท
พ.ศ.2541 ประพันธ์เพลงสุดสงวน เถา ทางเปลี่ยนสำเนียงมอญ ซึ่งได้รับความนิยมในวงการดนตรีไทยอยู่ในขณะนี้
พ.ศ.2543
ประพันธ์เพลงทยอยใน 6
ชั้น ใช้บรรเลงในงานพิธีไหว้ครูสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน
พ.ศ.2544 ประพันธ์เพลงโหมโรงเตรียมอุดม ซึ่งเป็นเพลงประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
พ.ศ.2545
ประพันธ์เพลงโหมโรงนครปฐม บรรเลงโดยวงมหาดุริยางค์จังหวัดนครปฐม ณ .ลานหน้าองค์ปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
พ.ศ.2547 โหมโรงช่อผกา ใช้ในการแสดงคอนเสริ์ตขุนอิน
อินคอนเสริ์ต ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต
พ.ศ.25๔8 ประพันธ์เพลงโหมโรงเพชรรัตน์ แต่งถวาย
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 80
โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเสด็จทอดพระเนตร ณ พระราชวังพญาไท
พ.ศ.2556 เพลงโหมโรงไอยเรศ ออกเดี่ยวไอยรา
ผลงานประพันธ์เพลง ประเภทไทยสำเนียงเพลงมอญ
ปี พ.ศ 25๒๒ เพลงปอบผีฟ้า
ปี พ.ศ 25๒3 เพลงฤชารำลึก
ปี พ.ศ 25๒3 เพลงชลาวันลำเริง
ปี๒๓
ปี พ.ศ 25๒4 เพลงมองเลยะ
ตีครั้งแรกที่วัดแคร์
ปี พ.ศ 2541 เพลงประจำวัดสามชั้น
ปี พ.ศ 2540 เพลงค้างคาวกินกล้วย
ผลงานประพันธ์เพลง ประเภทเพลงเดี่ยว
ปี พ.ศ. 25๒๘
เดี่ยวระนาดทุ้มเพลงสุดสงวน แต่งเนื่องในงานประกวดวิทยาลัยครูนครปฐม
ปี พ.ศ. 2541
เดี่ยวระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ และฆ้องวงเล็ก เพลงนารยณ์แปลงรูป
ปี พ.ศ. 2542เดี่ยวระนาดทุ้ม
ฆ้องวงใหญ่ และฆ้องวงเล็ก เพลงสุดสงวน
ปี พ.ศ. 2543 เดี่ยวระนาดเอกเพลงแขกขาว
ใช้ในการประกวดงานศิลปหัตถกรรม ของนักเรียน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปี พ.ศ. 2550 เดี่ยวระนาดทุ้ม เพลงอาเฮียทางพิเศษ ใช้ประกวดงานเยาวชนคนดนตรีแห่งประเทศไทย
โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลปะ มหาวิทยาลัยมหิดล
ปี พ.ศ. 2557 เดี่ยวระนาดทุ้ม เพลงสารถี ๖ ชั้น ใช้บรรเลงในงานเสภาวังหน้า
โดยกองดุริยางค์ทหารอากาศ
ปี พ.ศ. 2559 เดี่ยวระนาดเพลงอาหนู ๖ ชั้น
(ระนาดพิศวง 3คน2ราง) ใช้ในรายการทีวีท้าพิสูจน์รีเทิน
ทางไทยทีวีสีช่อง ๓
ผลงานประพันธ์เพลง ประเภทเพลงหน้าพาทย์
ปี พ.ศ. 2556 เพลงตระจักรพงศ์ภูวนาศ
เพื่อใช้เป็นเพลงประจำคณะของปี่พทาย์ กองดุริยงค์ทหารอากาศ และได้รับการติดปีก
จากผู้บัญชาการอากาศโยธิน พลอากาศเอกวรฉัตร
ธารีฉัตร
การสืบทอดและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมทางด้านดนตรีไทย
อาจารย์ขุนอิน
โตสง่า เป็นผู้สืบทอดและอนุรักษ์มรดกทางด้านดนตรีไทยจากครูสุพจน์ โตสง่า
อย่างเคร่งครัดในทุกๆด้านทางด้านดนตรีไทย เช่น
1.
การอนุรักษ์สำนักปี่พาทย์
คณะศิษย์สุพจน์โตสง่า กล่าวคือ ครูสุพจน์ โตสง่า
ผู้เป็นบิดาของอาจารย์ ขุนอิน ได้สืบทอดสำนักปี่พาทย์ โตสง่า จากครูพุ่ม โตสง่า เพื่อสอนปี่พาทย์ให้กับลูกศิษย์แบบโบราณ โดยลูกศิษย์ทุกคนในสำนัก
ต้องพักอยู่ในสำนับแบบประจำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และอยู่กันแบบ พ่อปกครองลูก
เมื่อครูสุพจน์ โตสง่า เสียชีวิตลง อาจารย์ขุนอิน โตสง่า
ได้สืบทอดสำนักปี่พาทย์ของบิดาให้คงแบบโบราณต่อไป รวมถึงการเรียนเพลงไทยประเภทต่างๆต้องปฏิบัติตามจารีตแบบแผนโบราณ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ลูกศิษย์ของคณะศิษย์สุพจน์โตสง่า
จะต้องเป็นผู้ที่เคารพครู และมีความกตัญญู
ผลงานประพันธ์เพลงดนตรีร่วมสมัย
ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ประพันธ์เพลงละคร เรื่อง
ทิพยดุริยางค์ ของบริษัท เป่าจินจง ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๗
ปี พ.ศ.๒๕๔๔ ประพันธ์เพลง Well
come เพื่อเชิญชวนให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวสวนนงนุช
เมืองพัทยา ชลบุรี
ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ก่อตั้งวงดนตรีดนตรีร่วมสมัย วง Bangkok
Acoustic พร้อมประพันธ์เพลงละเมอสาว ขับร้องโดย คุณรอง เต้ามูลคดี และเพลงสุขใจ ขับร้องโดย ปุ้ย(ดวงพร) เดอะวอยย์ ลงในอัลบั้ม
ปี พ.ศ.๒๕๔๘ อัลบั้มขุนอินระนาดบางกอก 2
ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ประพันธ์เพลงร่วมสมัยให้กับวง คิดไทย ชื่อเพลง
“วอนไทย”
ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ประพันธ์เพลงร่วมสมัย ชื่อเพลง “อยากร้องลูกทุ่ง”
เพื่อใช้ออกรายการสตาร์โชว์ ตอน “ขุนอินมิวสิคคิล” และเป็นผู้ขับร้องเอง
ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ อัลบั้มขุนอิน Off
Beat Siam
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ประพันธ์เพลง แทงวิสัย ใช้ในงานแกรนโอเพ่นนิ่ง
มวยไทย ไฟท์ครั้งที่ 1 ณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก
ปี พ.ศ. 2560 อัลบั้มขุนอิน Chinatiam
ผลงานด้านอื่นๆ
ปี พ.ศ. ๒๕๔๙
ได้รับตำเเหน่ง "ครูภูมิปัญญาไทย" รุ่นที่ 4 ของสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๔๙ นักจัดรายการวิทยุรายการขุนอิน
กลิ่นไทย ทางช่อง FM.๙๕ ลูกทุ่งมหานคร
ปี
พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ และเป็นผู้จัดทำรายการโทรทัศน์รายการ
"อัศจรรย์คันธรรพ" ของสถานีทีวีไทย เเละ รายการนี้ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
สาขาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ดีเด่นประจำปี พศ.2552
ปี พ.ศ.๒๕๕๕
จัดทำขุนอิน แอ็พพิเคชั่น
ปี พ.ศ.๒๕๕๕
จัดทำรายการส่งเสริมดนตรีไทยทางสื่อออนไลน์ ในชื่อรายการ “ทีวีดนตรีไทย” (you tube)
ปี พ.ศ.2557 ได้รับรางวัลดาวเมขลา สาขาศิลปินผู้สืบสานเอกลักษณ์ดนตรีไทยยอดเยี่ยม จากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง ประจำปี พ.ศ.2557
ปี พ.ศ. 2559 รับรางวัลบุคคลสำคัญแห่งปี สาขา นักดนตรีผู้สร้างประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ จากสภาศิลปวัฒนธรรม
จิตตานุภาพ
ปี
พ.ศ. 2559 รางวัลกนกนาคราช สาขา
“เกียรติภูมิแผ่นดิน” จาก
สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง
รับรางวัลกนกนาคราช สาขา “เกียรติภูมิแผ่นดิน” จาก สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2559
ผลงานเขียน
ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จัดทำหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คประวัติส่วนตัว ชื่อ
"ขุนอินนักเลงระนาด" กับจัดจำหน่ายโดย อนิศ ดิสทริบิวชั่น จำกัด
ปี ๒๕๕๐ การ์ตูนดนตรีไทยคอมมิคแนวจินตนาการผสมผสานความรู้ด้านดนตรีไทย
เล่มเดียวของเมืองไทย เรื่อง "ขุนอินระนาดเทวดา"จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย
สำนักพิมพ์สกายบุ๊คส์
ปี ๒๕๔๙
จนถึงปัจจุบัน เป็นคอลัมน์นิสต์ให้กับหนังสือพิมพ์คมชัดลึกในคอลัมน์
"โลกใบนี้ดนตรีไทย" มีบทความมากว่า 400 บทความ
เป็นครูผู้สอนดนตรีไทยให้กับ พันโท วันชนะ
สวัสดีเพื่อใช้แสดงภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร
นอกจากนี้ยังเป็นครูผู้สอนระนาดเอกให้กับ กับตัน ภูธเนศ เพื่อใช้แสดงในละครเรื่อง
“ทิพดุริยางค์” และสอนตีเปิงให้กับ น้อย วงพู
ผลงานด้านการแสดง
ปี ๒๕๔๗
รับบทเป็น “ขุนอิน” ในภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง”
และได้เข้าชิงรางวัลดาราสมทบชายของคมชัดลึกอวอร์ดและสตาร์อวอร์ด
ปี ๒๕๔๗ รับบทเป็น “กีตาร์เทพ” ในภาพยนตร์เรื่อง
“อสุจ๊าก”
ปี ๒๕๔๗
รับบทเป็น “ครูปอง” ในละครเรื่อง “ทิพยดุริยางค์” ทางช่อง 7
ปี ๒๕๔๗
รับบทเป็น “ครูปอง” ในละครเรื่อง “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ทางช่อง 7 ทางค่ายโพลีพลัส
ปี ๒๕๔๗
รับบทเป็น “ขุนอิน” ในละครเรื่อง “วัยซนคนอลเวง”ทางสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี
ปี 2547
รับบทเป็น “นักระนาด” ในภาพยนต์เรื่อง “ทวารยังหวานอยู่”
ปี ๒๕๔๙
รับบทเป็น “ขุนอิน” ในละครเรื่อง “ก้วนใสวัยซน”ทางสถานีโทรทัศน์ ๗
ปี ๒๕๕๔
รับบทเป็น “ครูสอนดนตรี” ในละครเรื่อง “ใต้ฝุ่นจอมซ่า สายฟ้าจอมกวน”ทางสถานีโทรทัศน์
๗
ผลงานการแสดงคอนเสริต์กับศิลปินต่างๆ
ปี 2540
ร่วมงานกับ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร และวง Novel Jazz
ปี
๒๕๔๕ แสดงระนาดร่วมกับวง BANGKOK คอนเน็กชั่น งานซัลไรท์ แจ๊ส ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ปี ๒๕๔๗ เป็นศิลปินรับเชิญให้วง
เอเชียบีช งานซัลไรท์ แจ๊ส ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ปี ๒๕๔๙
งานบางกอกแจ็ส ณ กรุงเทพมหานคร
ปี 2549 พรีเซ็นเตอร์ลิสเเบนด์ให้กับมูลนิธเด็ก
ปี 2549
เป็นศิลปินรับเชิญให้กับ โจนัส แอนเดอร์สัน
ปี ๒๕๕๐
คอนเสริต์ เอ็มร้อย ห้าสิบ กับเสกซ์ โลโซ
ปี ๒๕๕๒
แสดงคอนเสริต์กับวงคาราบาว ในชื่อ คอนเสริต์ เพลง คน ดนตรี โลก
เขาควายกับไม้ระนาด
ปี ๒๕๕๑
แสดงคอนเสริต์กับโก้ มิสเตอร์ แซ็กแมน
ปี ๒๕๕๕
คอนเสริต์ขุนอิน โรบอท ณ งาน BOI PAVILIon
เป็นการประชันระนาดกับแขนกล ซึ่งสมเด็จพระเทพเสด็จทอพระเนตรพิธีเปิด
ในเพลงใกล้รุ่ง
ปี ๒๕๔๙
จัดคอนเสริ์ตเปิดบาตร กับป๋อง กพล ทองทัพ เพื่อช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ
ที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
ปี ๒๕๕๖
เป็นศิลปินรับเชิญถ่ายมิวสิควีดีโอ ของ วิท AF 1 ในบทเพลง “ Girl can not wait”
ปี 2557 คอนเสิร์ตไทยญี่ปุ่น
ขุนอิน &
โนริโกะ สึโบอิ คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อเยาวชน
ณ. ศูนย์วัฒนธรรมเเห่งประเทศไทย
ปี ๒๕๕๙
เป็นศิลปินรับเชิญกับ สวีทนุช ชุด ไท๊ยไทย
และเป็นศิลปินรับเชิญกับ siamis chcilk( ไซมิส ชิคเค้น) เพลงรักติดใจ ฯลฯ
ปี ๒๕๔๒
ได้รับเชิญไปบันทึกเสียงกับ ฟรองซัว รินเดอร์แมน ศิลปินแจ๊สระดับโลก ณ.ประเทศสวิสเวอร์แลนด์ พร้อมทัวร์คอนเสริ์ต 5
เมืองใหญ่ในสวิเซอร์แลนดืและ ๑ เมืองในประเทศฝรั่งเศส
ผลงานการเผยแพร่ระนาดเอกในต่างประเทศ
ได้รับเชิญไปบรรเลงบรรเลงระนาดเอกในรูปแบบดนตรีร่วมสมัยและไทยเดิมยังประเทศต่างๆ
ดังนี้ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน ๙ ครั้ง อเมริกา
๔ ประเทศออสเตเลีย 3 ครั้ง ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 3 ครั้ง ประเทศมาเลเซีย ๔ ครั้ง ประเทศสิงค์โปร์ ๔
ครั้ง ไตหวัน 2 จีน 2 รัสเซีย ๒ ครั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี อินโดนีเซีย ฮ่องกง กัมพูชา เช่น
ปี 2533 ร่วมงานกับวงกังสดาล
ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และสถานีโทรทัศน์
NHK
TV
ปี 2540 ร่วมทำอัลบัมกับฟรองซัว
เดอแมน ที่สวิสเซอร์แลนด์และทัวร์คอนเสริต์อีก 5 เมือง
ปี 2548 Khun-In of
the Beat แสดงที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย
ปี 2548 Khun-In of
the Beat แสดงที่ ซิดนีย์ ประเทศ ออสเตรเลีย
ปี 2548 เดี่ยวระนาดเอกในงานเทศกาลผ้าไหม
ที่เมืองมิลาน ประเทศ อิตาลี่
ปี 2549 เดี่ยวระนาดเอกในงานเทศกาลลำใย
เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
ปี 2549 แสดงคอนเสริ์ตร่วมกับ
ทอดด์ ทองดี ที่ Los Angeles
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี 2551 แสดงคอนเสริ์ต
ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ปี 2553 ขุนอิน
jass of siam
เดินทางแสดงคอนเสริ์ตที่เมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
ปี 2553 Khun-In of
the Beat เดินทางแสดงคอนเสริ์ต ที่เมือง ชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี 2553 Khun-In of
the Beat เดินทางแสดงคอนเสริ์ต ที่เมือง โกเบ ประเทศ ญี่ปุ่น
ปี 2553 แสดงคอนเสริ์ต grand opening Thai Fight กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย
ปี 2554 ขุนอิน
jass
of siam เดินทางแสดงคอนเสริ์ตที่เมือง
โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
ปี 2554 ขุนอิน
jass
of siam เดินทางแสดงคอนเสริ์ตที่เมือง
ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
ปี 2554 เดี่ยวระนาดเอกในงานมหกรรมภาพยนตร์
ที่ Los
Angeles ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี 2557 เดี่ยวระนาดเอกในงานประชุมหอการค้า
เมืองเมดาล ประเทศอินโดนีเซีย
ปี 2558 เดี่ยวระนาดเอกในงานไทยแลนด์แฟนคลับ กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย
ปี 2560 งาน
TAIWAN
INTERNATIONNAL PERCUSSION CONVENTION วันที่ 20 – 27 พฤษภาคม 2560
ณ National Concert Hall เมืองไทเป เเละ ที่ Taipei
City Art Center
การสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการอนุรักษ์ดนตรีไทย
อาจารย์ขุนอิน โตสง่า
ได้รับเชิญจากสถานศึกษาชั้นนำในประเทศให้ไปพูดเพื่อสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเยาวชนต่างๆในเรื่องของการอนุรักษ์วัฒนธรรมดนตรีไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และประเทศ ไตหวัน ฯลฯ
วันที่
23
ถึง 25 พ.ค 2560 ปฏิบัติการสอนระนาดเอก
ที่มหาวิทยาลัยของประเทศเขาอีก 3 เเห่งคือ
1.Taipei National University Of The Arts
2. Tainan National Universit Of The Arts
3. National Taiwan University Of Arts
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






